ss

Advertiserment

16 มกราคม 2556

คั่วกรอบ ป็อปคอร์นไทยใหญ่ หอม หวาน มัน ไม่แพ้ของนอก


ป็อปคอร์น ชื่อนี้คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี จากการนำข้าวมาคั่วให้เม็ดบาน ก่อนนำมาปรุงรสตามชอบใจ ส่วนใหญ่ใช้เมล็ดข้าวโพดนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ใครจะรู้บ้างว่าชาวแม่ฮ่องสอนนำ “ข้าวโพดข้าวเหนียว” มาคั่วเป็นป็อปคอร์นกินกันมาเกือบร้อยปีแล้ว ล่าสุดเด็กรุ่นใหม่เห็นว่าแปลก! ตัดสินใจพัฒนาสินค้าทุกขั้นตอนพร้อมสร้างแบรนด์เล็งขายทั่วไทยสยายปีกอาเซียน
      
       ข้าวโพดดอย หรือที่รู้จักกันดีในเมืองสามหมอก หรือข้าวโพดไทยใหญ่ ที่ “นายเทอดศักดิ์ ปิติวุฒิ” หรือจิง ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ภาสว่าง เด็กหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงเห็นโอกาสทางธุรกิจ หยิบอาหารพื้นบ้านที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษมาปัดฝุ่น เพิ่มค่าด้วยการสร้างแบรนด์ ใส่แพกเกจสวยงาม เจาะตลาดห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เกต หวังคนไทยได้ลิ้มลองป็อปคอร์นคนไทยของชาวไทยใหญ่เมืองแม่ฮ่องสอนว่ามีความอร่อยไม่แพ้ของนอก
       หนุ่มจิงเผยที่มาธุรกิจนี้ว่า เมื่อครั้งยังเป็นเด็กมักได้ลิ้มลองข้าวโพดข้าวเหนียวทั้งสีขาวและม่วง ผ่านการคั่วด้วยเตาถ่านโดยฝีมือคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านที่นิยมรับประทานกันทั่วไป กลายเป็นเมนูธรรมดาเมนูหนึ่งที่คนคุ้นเคย บางครั้งมีการใส่ถุงพลาสติกใส ปิดปากถุงด้วยการลนเทียนขายในราคาแสนถูก 5-10 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าทำเองอุดหนุนกันเองในหมู่บ้าน
      
       แต่สำหรับเด็กหนุ่มที่เติบโตมากับข้าวโพดคั่วลักษณะนี้กลับมองต่าง ไม่ให้ความคุ้นชินมาบดบังโอกาสทางธุรกิจกับข้าวโพดข้าวเหนียวคั่ว ด้วยคิดว่าเป็นขนมที่ไม่สามารถหารับประทานได้ทั่วไป จะมีเพียงที่ จ.แม่ฮ่องสอนเท่านั้น รวมถึงวิธีการคั่วก็เป็นแบบดั้งเดิมคั่วด้วยเตาถ่าน ต้องอาศัยความชำนาญในแง่ความร้อนต้องพอเหมาะ สอนกันไม่ได้เพราะมาจากประสบการณ์ล้วนๆ หากความร้อนไม่พอดีจะทำให้เม็ดข้าวโพดไม่บาน ส่งผลให้ขาดความกรอบที่เป็นหัวใจสำคัญของข้าวโพดคั่วไป
       ดังนั้น เมื่อค้นพบความแปลกไม่ซ้ำใครของข้าวโพดคั่วตั้งแต่บรรพบุรุษ หนุ่มจิงจึงตัดสินใจดำเนินธุรกิจนี้อย่างจริงจัง เริ่มด้วยให้ชาวบ้านคั่ว ส่วนตนเองนำไปบรรจุถุงขาย พร้อมเขียนคำบรรยายขนมขบเคี้ยวชนิดนี้ว่า “ข้าวโพดคั่วไทยใหญ่” ด้วยต้องการให้เครดิตชาวไทยใหญ่ที่คิดค้นสูตรนี้ขึ้นมา ส่วนชื่อแบรนด์ช่วงนั้นยังไม่มี เพราะหนุ่มจิงบอกว่าเป็นช่วงทดลองตลาด ซึ่งตนเองก็ยังไม่แน่ใจว่าข้าวโพดคั่วลักษณะนี้จะถูกปากคนทั่วไปหรือไม่
       “ผมเริ่มจากนำสินค้าไปวางขายร่วมกับถั่วเหลืองคั่วที่ชาวบ้านและคนทั่วไปเริ่มรู้จักกันแล้ว ซึ่งเป็นสินค้าโดดเด่นของแม่ฮ่องสอน ในงานมหกรรมโอทอป 2553 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี จำนวน 400 ถุง ปรากฏว่าขายจนหมดเกลี้ยงใน 2 วัน และหลังจากนั้นก็นำไปขายงานโอทอปอีกหลายครั้ง โดยได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างดีเพราะผู้บริโภคไม่เคยเห็นสินค้าประเภทนี้มาก่อน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าสินค้าชนิดนี้มีโอกาสเติบโตในตลาดได้ พร้อมกับสร้างแบรนด์ 'คั่วกรอบ' เพื่อให้เกิดการจดจำง่าย”

       สำหรับ “ป็อปคอร์นไทยใหญ่” เป็นขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์ ซึ่งในข้าวโพดข้าวเหนียวดำ (ข้าวสาลี) ประกอบด้วยคลอโรฟิลล์ ออกซิเจน ช่วยฟอกเลือด สร้างเม็ดเลือด ช่วยระบบหมุนเวียนโลหิต มีแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้อัตราการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายลดลงทำให้แก่ช้ากว่าวัย มีสารช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ ช่วยให้ร่างกายต่อต้านเชื้อโรค ช่วยสมานแผลและเสริมสร้างการทำงานของสมอง เหมาะสำหรับทุกวัย เพราะไม่เลี่ยนได้รสชาติของข้าวโพดอย่างแท้จริง อีกทั้งเป็นการนำเสนอของดีประจำท้องถิ่นอีกด้วย
       ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ภาสว่าง ได้รับการรับรองคุณภาพจากองค์การอาหารและยา (อย.) ไม่ว่าจะเป็นป็อปคอร์นไทยใหญ่, ถั่วลิสงคั่วโบราณ (ถั่วลายเสือ) ที่เป็นพันธุ์เฉพาะของจังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งมีความหวาน มันในตัว และถั่วเหลืองคั่ว โดยขายในราคาเริ่มต้นที่ 25-35 บาท/ถุง
       สำหรับวัตถุดิบ แม้ขณะนี้จะไม่ค่อยสัมพันธ์กับออเดอร์การสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่หนุ่มจิงก็แก้ปัญหานี้ด้วยการสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกถั่วและข้าวโพดอย่างจริงจัง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความเหมาะสมในแง่ของแร่ธาตุในดิน และสภาพภูมิอากาศ โดยเขาจะรับซื้อผลผลิตทั้งหมด เพราะหากวัตถุดิบมีเพียงพอจะกระจายสินค้าไปตามภูมิภาคต่างๆ ในไทย โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว พร้อมรับมือตลาดอาเซียนในอนาคตหวังเจาะตลาดประเทศเพื่อนบ้าน และจะเปิดตลาดประเทศแถบตะวันออกกลางที่ชื่นชอบการรับประทานถั่วลิสงเป็นพิเศษเช่นกัน
      
       ***สนใจติดต่อ 08-6183-9858, 0-5361-1280 หรือที่ www.facebook.com/kuakrob***

0 ความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น

 
Design by Wordpress Theme | Bloggerized by Free Blogger Templates | coupon codes